Ж : Burn My Shadow : Valentine Blood & Tears of Venus

posted on 14 Feb 2011 20:00 by greathonor

Ж

“ความรักคืออะไร...”

“คำมั่นสัญญา... ความเชื่อใจ”

  “ความอดทน การทุ่มเทเพื่อสิ่งที่สำคัญ”

“แล้วถ้าหาก... มันไม่ได้เป็นดังที่เราคาดหวังไว้ละ”

“หากมันกลับกลายเป็นสิ่งที่สามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต”

 

“คุณจะทำอย่างไร...”

 

“หากความรักมันย้อนกลับมาทำลายตัวเราเอง...คุณจะทำอย่างไร”

“คุณจะยอมให้ความรักทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต...”

“หรือ...คุณจะทำลายความรักนั้นก่อน...”

“ทุบและซีกกระชากมัน”

“ด้วยความแค้น...”

“อาฆาต!!!”

 

 

...ผมจำไม่ได้แล้วครั้งสุดท้ายที่ผมเคยมีความรู้สึกดีๆกับความรักนั้น มันเมื่อไรกัน...  แต่มันก็คงไม่จำเป็นอีกแล้วละ เพราะผมไม่เชื่อใจมันอีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทุ่มเทให้มัน...มันกลับเสียเปล่าไปจนหมด ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต...และความเป็นมนุษย์ สำหรับวาเลนไทน์แล้ว ในสายตาของผมมันก็เป็นแค่วันงี่เง่าที่วันหนึ่งที่ไร้สาระ คู่รัก ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต ช่างไร้สาระสิ้นดี ถึงแม้ว่าคนทั่วไปอาจจะไม่ได้มองอย่างที่ผมมอง แต่ถ้าหาก “สิ่งนี้” มันกลับมาทำลายคุณละ คุณจะทำยังไง ความรักอาจเป็นเหมือนกับของหวานที่น่าลิ้มลองอยู่เสมอไปสำหรับคนโง่เขลาไร้สติ แต่มันก็อาจกลายเป็นอาวุธที่สามารถทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของเราได้อย่างง่ายๆ “สิ่งนี้”มันก็มีความอ่อนแข็งอยู่ในตัวของมันเหมือนกับหินอ่อนนั่นละ ใช้สิ่วใช้ค้อนค่อยๆสลักมันเบาๆ มันก็จะค่อยๆเปลี่ยนไปรูปร่างที่เราต้องการ แต่...ถ้าหากสลักแล้ว มันกลับกลายเป็นสิ่งที่เราเกลียดชังที่สุดในชีวิตละ...

 

“เราจะทำลายมันด้วยน้ำมือของเราเองหรือไม่?”

 

...มันก็นานมากแล้วนะ สำหรับความทรงจำครั้งก่อนของชายหนุ่มไฟแรงคนหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เขาคนนั้นเป็นช่างแกะสลักและช่างปั้นที่มากด้วยความสามารถและเป็นความหวังสำคัญให้แก่งานศิลปะของฝรั่งเศส เขาอาศัยอยู่ในเมืองท่าทางใต้ของฝรั่งเศสและเปิดกิจการเล็กๆขึ้น ถึงแม้ว่าในตอนนั้นเขาจะยังไม่มีชื่อเสียงใดๆ แต่ชายคนนั้นก็ทำงานอย่างตรากตรำเพื่อต้องการให้ผลงานของเขาออกมาดีที่สุด ในทุกเช้าเขาจะไปที่ภูเขาซึ่งเป็นเหมืองหินอ่อนอยู่นอกเมืองและสกัดหินอ่อนพร้อมทั้งขนมันกลับมาที่สตูดิโอของเขาเอง เขาเป็นคนที่ร่าเริงและชอบยิ้มอยู่เสมอ จึงได้ฉายาจากชาวเมืองว่า “รอยยิ้มของเดวิด” จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ทำให้ชีวิตของชายหนุ่มเปลี่ยนไปตลอดกาล... เขาได้พบกับหญิงสาวในชุดสีขาว ซึ่งเขาเองได้บรรยายไว้ว่า “ราวกับนางฟ้าที่มาปรากฏกายบนพื้นปฐพี” เขาตกหลุมรักเธอในทันที ชายหนุ่มผู้ซึ่งถูกครอบงำโดยความรักไม่อาจรู้เลยว่าสิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้จะเต็มไปด้วยความเกลียดชัง กลิ่นคาวเลือดและความตาย...

 

 

“วีนัส กับ วัลแคน”

 

ผมเองผู้ซึ่งตกอยู่ในห้วงแห่งความรักและมันลึกมากเสียจน ผมพยายามทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมัน ประกอบด้วยความเชื่อใจ ศรัทธาและคำสัญญา... ผมได้เจอ “เธอ” ครั้งแรกที่ท่าเรือ กลิ่นไอของเกลือทะเล แสงแดดอ่อนๆ ทุกอย่างช่างประจวบเหมาะเสียจนผมนึกว่ามันเป็นความฝัน ตรงจุดนี้ผมขอไม่เอ่ยถึงชื่อของเธอแล้วกันเพราะมันไม่มีประโยชน์อันใด เธอเป็นคนอีตาลีจากเมืองฟลอเรนซ์ ตรงจุดนี้เองที่เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างเรา 2 คน ผมสนใจในศิลปะส่วนเธอสนใจในความงาม เรา 2 คนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งตลอดทั้งวัน เธอบอกว่าเธอถูกทางบ้านส่งมาที่ฝรั่งเศสก็เพราะต้องการหาสูตรน้ำหอมคุณภาพดีเพื่อนำไปขายต่อในอิตาลี มันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งของผมพอดี เขาเป็นลูกช่างทำน้ำหอมชื่อดังในแถบฝรั่งเศสใต้นี้ ตระกูลของเขาเป็นผู้ดีมีชาติตระกูลสูงและได้รับการสนับสนุนจากพวกนิยมกษัตริย์ พอมองย้อนกลับเธอเองก็เป็นลูกผู้ดีเหมือนกัน ลูกสาวจากตระกูลพ่อค้ามีชื่อ มันช่างแตกต่างจากผม ราวฟ้ากับเหวลึก ผมมันก็เป็นแค่ศิลปินจนๆคนหนึ่ง ผมบอกเธออย่างนั้น แต่เธอกลับยิ้มให้ผม ผมจึงพยายามปัดความเขินอายออกไปด้วยการเอ่ยถึงเพื่อนที่ทำน้ำหอม เธอเองก็ยังยิ้มให้กับความเขินอายของผม ผมยังจดจำรอยยิ้มนั้นได้จนถึงทุกวันนี้....

 

“เพื่อนสนิท” 

 

หลังจากนั้นไม่นานเราทั้งคู่ก็เริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน เรากลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันและกัน หลังจากระยะเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เรา 2 คนได้เรียนรู้กันและกันมากขึ้น เช่นว่า ผมเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย แต่เธอเป็นคนที่เข้มแข็ง หรือ ผมชอบความเงียบสงบ แต่เธอชอบครื้นเครง ความแตกต่างกันสุดขั้วที่เกิดขึ้นทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคน 2 คนที่อยู